ไปเยี่ยมเยือน The Garden of Words แห่งโตเกียว ‘Shinjuku Gyoen’

คือไม่ว่าไปประเทศไหนเราก็ไปเที่ยวสวน ฮ่าๆๆ เราจะทำการเก็บรีวิวการเที่ยวสวนของเราไว้ในบลอค เผื่อมีใครชอบเดินสวนอย่างเรา จะได้เก็บข้อมูลได้ ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยแพลนมาก กางแม๊บแล้วดูพื้นที่สีเขียวแล้วก็สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดเอาเลย เพราะเดินสวนก็ใช้เวลาเกือบทั้งวันแล้วล่ะ เราชอบซื้ออะไรไปนั่งกินแบบปิคนิคชิลๆ ในสวนด้วยจะได้ไม่ต้องรีบมาก พอไปสวนนี้กลับมาแล้วเราก็ได้ดูอนิเมชั่นเรื่องนึงชื่อ The Garden of Words ของพี่ชินไคมาโคโตะ เลยแอบฟินเล็กๆ เป็นพื้นที่สีเขียวในกรุงโตเกียวที่ใหญ่มากเลยล่ะ ชอบสุดๆ

อันนี้หน้าทางเข้า ใช้บัตรผ่านตี๊ดเข้าไปแบบรถไฟฟ้าเลยแหละ สมเป็นสวนของประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นจริงๆ

ทางเข้าฝั่งประตู Shinjuku จะมีตู้หยอดซื้อตั๋วอยู่ด้านหน้าทางเข้าเลย

ทางเข้าฝั่งประตู Shinjuku จะมีตู้หยอดซื้อตั๋วอยู่ด้านหน้าทางเข้าเลย

 

บัตรผ่านประตูหน้าตาคล้ายๆ บัตรรถไฟฟ้า

บัตรผ่านประตูหน้าตาคล้ายๆ บัตรรถไฟฟ้า

ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนมากมายในย่านชินจูกุ ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งหลบซ่อนตัวจากความวุ่นวายในเมืองอย่างเงียบสงบ ภายในเต็มไปด้วยความร่มรื่นและเขียวขจีของต้นไม้น้อยใหญ่กว่า 20,000 ต้น ที่นี่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวของไดเมียว “Naito” ในยุคเอโดะ ภายหลังถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นสวนขนาดใหญ่ที่คนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ด้วยพื้นที่มากถึง 583,000 ตารางเมตร ในฤดูใบไม้ผลิสวนนี้จะบานสะพรั่งด้วยดอกซากุระมากมาย ทำให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและปิคนิคที่ยอดเยี่ยมทั้งยังเดินทางสะดวก

พี่เค้านอนฟินกันจริงๆ

พี่เค้านอนฟินกันจริงๆ

ภายในสวนที่กว้างใหญ่ถูกแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ตามประเภทของสวน หากเข้ามาทางประตู Shinjuku gate และเดินตรงไปตามทางเรื่อยๆ จะพบกับ tea house ภายในสวนแบบญี่ปุ่นที่คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดั่งเดิม ความงามของสวนแบบญี่ปุ่นนั้นจะผันเปลี่ยนไปตามจุดที่ยืนด้วยทิวทัศน์ที่แตกต่างกันจากการสร้างพื้นที่เล่นระดับด้วยเนินดินสลับกับที่ราบ ประดับด้วยโขดหินและบึงน้ำ หัวใจของผู้คนที่มาที่นี่ต่างถูกดึงดูดด้วยทัศนียภาพที่งดงามและร่มรื่นในหลากหลายมุม อีกหนึ่งมุมที่น่าประทับใจคือ มุมชมทัศนียภาพอันกว้างขวางเต็มตาภายในศาลาไต้หวัน (Taiwan Pavilion) ซึ่งตั้งตระหง่านเข้าหาบึงน้ำ มุมมองจากภายในศาลาทำให้เราเห็นทัศนียภาพได้จากมุมสูงให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ราวกับเป็นผู้ครอบครองสวนแห่งนี้ แต่หากมองมาจากที่นั่งรอบๆ ก็จะเห็นศาลาเป็นส่วนหนึ่งของการประดับประดาล้อมรอบด้วยต้นไม้ในจังหวะที่สวยงามพอดี เมื่อเปลี่ยนมุมจะได้ความรู้สึกที่ต่างออกไป เช่นเดียวกับการชมสวนในฤดูที่แตกต่าง 

สะพานไม้โค้งในสวนญี่ปุ่นให้ความรู้สึกสงบร่มเย็นท่ามกลางแมกไม้

สะพานไม้โค้งในสวนญี่ปุ่นให้ความรู้สึกสงบร่มเย็นท่ามกลางแมกไม้

pic from operationrainfall.com

ภาพฉากใน The Garden of Words「言の葉の庭」pic from operationrainfall.com

ซึ่งสวนนี้สวยงามในทุกฤดูไม่เว้นแม้แต่ฤดูฝน จนทำให้ชินไค มาโคโตะ ผู้กำกับภาพยนตร์อนิเมชั่นชื่อดัง นำความประทับใจจากหลายมุมในสวนใหญ่แห่งนี้มาสร้างเป็นฉากหลักของภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “The Garden of Words” ซึ่งเป็นเรื่องราวของความรัก ความเหงาและความผูกพันของเด็กผู้ชายและสาวนิรนามต่างวัยที่มาพบเจอกันโดยไม่ได้นัดหมายในวันฝนตก ฉากที่สวยงาม เนื้อเรื่องที่โรแมนติกอย่างลึกซึ้ง สร้างความรู้สึกสงบและเย็นใจ พร้อมทั้งชักจูงให้ผู้ชมรู้สึกร่วมไปกับตัวละครได้อย่างง่ายดาย นอกจากสวนญี่ปุ่นแบบดั่งเดิมแล้ว ที่นี่ก็ยังมีสวนแบบฝรั่งเศส ที่ประดับประดาด้วยกุหลาบหลายชนิดและไม้ตัดแต่งให้เป็นทางเดินขนาดใหญ่ราวกับสวนในพระราชวัง นอกจากนี้ยังมีกรีนเฮ้าส์อยู่ใกล้กับประตู Okido gate ภายในควบคุมอุณหภูมิเพื่อปลูกพืชในเขตร้อนหลายชนิด เช่น กระบองเพชร เฟิร์น โป๊ยเซียน ต้นกล้วย ใจกลางสวนแห่งนี้เป็นสวนแบบเปิดทิวทัศน์สไตล์อังกฤษ (English landscape garden) ซึ่งเป็นลานหญ้ากว้างขวาง มองดูผ่อนคลายและเป็นอิสระ จนผู้มาเยี่ยมเยียนบางคนอดไม่ได้ที่จะนอนลงให้ร่างกายสัมผัสพื้นหญ้า แหงนหน้าขึ้นให้สายตาได้พบกับฟ้าสีครามสดใส ราวกับทุกความรู้สึกถูกปลดปล่อยไว้ที่นี่ ความเครียดได้แปรเปลี่ยนเป็นความผ่อนคลาย เติมพลังให้ร่างกายและจิตใจพร้อมเผชิญหน้ากับวันใหม่

เป็นสวนที่ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่

เป็นสวนที่ให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่

ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นภายในสวน บรรดาผู้คนต่างพาเพื่อนฝูงและครอบครัวออกมาผ่อนคลายยืดเส้นยืดสายกันอย่างมีชีวิตชีวา ถ้ามองจากลานกว้างของสวนอังกฤษเราจะเห็นทิวทัศน์ของตึกสูงใหญ่ย่านชินจูกุถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้นานาชนิด ในสวนแห่งนี้ที่ความงามได้แปรเปลี่ยนตามมุมมองที่แตกต่างได้สอนให้เราใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แค่เราเปลี่ยนมุมมองปัญหาทั้งหลายนั้นดูแลเล็กลงเมื่อเทียบกับขนาดของธรรมชาติ  เพียงผ่อนคลายอยู่กับปัจจุบัน เราจะพบมุมมองใหม่ๆ และความสวยงามที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเรา ที่นี่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในเมือง เพื่อช่วยเยียวยาให้จิตวิญญาณอันวุ่นวายได้สงบลง กลายเป็นความสุขที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ เพียงแค่นั่งรถไฟ JR Keio Odakyu Lines ลงที่สถานีชินจูกุออกทางออกฝั่งใต้แล้วเดินต่ออีก 10 นาที หรือรถไฟสาย Marunouchi Line ลงสถานี Shinjuku gyoen mae ออกทางออก 2 แล้วเดินต่ออีก 5 นาทีก็จะถึงสวน “Shinjuku Gyoen National Garden” แห่งนี้

มีปลากระโดดดึ๋งๆ ด้วยเห็นเปล่า

มีปลากระโดดดึ๋งๆ ด้วยเห็นเปล่า

บางคนก็มาสเกตรูปดอกไม้ที่นี่^^

บางคนก็มาสเกตรูปดอกไม้ที่นี่^^

Kyu-Goryo-Tei หรือ Taiwan Pavillion ที่ให้ทำให้มุมนี้สวยงามมากขึ้นไปอีก

Kyu-Goryo-Tei หรือ Taiwan Pavillion ที่ให้ทำให้มุมนี้สวยงามมากขึ้นไปอีก

อีกมุมสระน้ำที่สวยงามน่าประทับใจในสวนนี้ เงาสะท้อนของต้นไม้และบึงน้ำสีเขียวทำให้เรารู้สึกสงบอย่างประหลาด

อีกมุมสระน้ำที่สวยงามน่าประทับใจในสวนนี้ เงาสะท้อนของต้นไม้และบึงน้ำสีเขียวทำให้เรารู้สึกสงบอย่างประหลาด

ในมุมที่เห็นตึกระฟ้าด้านนอกดูราวกับแออัดเบียดเสียดกันอยู่ท่ามกลางแมกไม้ในสวน ช่างเป็นความขัดแย้งที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวจากการวางจังหวะได้อย่างเหมาะสม

ในมุมที่เห็นตึกระฟ้าด้านนอกดูราวกับแออัดเบียดเสียดกันอยู่ท่ามกลางแมกไม้ในสวน ช่างเป็นความขัดแย้งที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวจากการวางจังหวะได้อย่างเหมาะสม

 สำหรับใครที่อยู่โตเกียวนานๆ แล้วอยากหลีกหนีความวุ่นวายเป็นบางวัน ก็ไปปิคนิคพักผ่อนที่นี่ได้เลย ค่าเข้าก็ไม่แพงมาก ประมาณ 200 เยน (กาชาปองลูกนึง อิอิ) ถ้าหาไม่เจอก็ลองเปิดแม๊บหรือดูตามป้าย information ที่มีตามสี่แยก ดูพื้นที่สีเขียวใหญ่ๆ ได้เลย นั่นล่ะสวนชินจูกุ เราว่าเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่ามากสำหรับคนบ้าสวนอย่างเรา^^

Comments are closed.

%d bloggers like this: